สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
Academic Resources and Information Technology Center (ARITC)
Thepsatri Rajabhat University

รายการหลัก

Developed in conjunction with Ext-Joom.com

สารสนเทศท้องถิ่น

Developed in conjunction with Ext-Joom.com

พระราชกรณียกิจ

บทความพระราชกรณียกิจของในหลวง
 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงบำเพ็ญ พระราชกรณียกิจเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของราษฎรทุกหมู่เหล่าด้วยพระปรีชาสามารถ และพระอัจฉริยภาพ ทรงส่งเสริมและสนับสนุนวิชาชีพและวิชาการสาขาสัตวแพทย์ การปศุสัตว์ การประมง การเลี้ยงสัตว์ การเตรียมพื้นที่ป่าและการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าตามโครงการพระราชดำริเพื่อความผาสุกของชาวไทยทั้งประเทศ
 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงส่งเสริมและสนับสนุน การศึกษาสาขาสัตวแพทย์ โดยการพระราชทานทุนอานันทมหิดลแก่อาจารย์มหาวิทยาลัย ให้ไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ทั้งนี้เป็นการวางรากฐานการศึกษาสาขาสัตวแพทย์ เพื่อการพัฒนาบุคลากรด้านสัตวแพทย์ให้กว้างไกล และเป็นกำลังสำคัญของการศึกษาภายในประเทศ นอกจากนี้พระราชกรณียกิจในเรื่องสัตว์เลี้ยงและการเลี้ยงสัตว์เป็นสิ่งที่สัตวแพทย์ควรศึกษาและยึดถือเป็นแบบอย่างเป็นอย่างยิ่ง
 ในด้านการเลี้ยงสัตว์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ สืบเนื่องจากการเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วประเทศ ทำให้ทรงทราบถึงปัญหาที่ราษฎรประสบอยู่ และทรงมีพระราชวินิจฉัยในการแก้ไขปัญหาของราษฎร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กรมชลประทาน กรมปศุสัตว์ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมช่วยเหลือ ให้เกษตรกรอยู่เย็นเป็นสุขกันถ้วนหน้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระอัจฉริยภาพในการเป็นนักวิชาการสัตวแพทย์อย่างเต็มเปี่ยม ในด้านการเลี้ยงสัตว์และการดูแลสัตว์ เลี้ยงได้มีพระราชดำริและพระราชภารกิจที่เกี่ยวข้องมากมาย มีกิจกรรมโดยย่อ ดังต่อไปนี้
 ทรงพระเมตตาต่อช้างต้น ตามโบราณราชประเพณีช้างเผือก และช้างที่มีคชลักษณ์ ถือว่าเป็นช้างแก้วคู่พระบารมี เจ้าของจะน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระมหากษัตริย์ ตามพระราชประเพณีดั้งเดิมนั้น โรงช้างต้นจะอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ในปัจจุบันโรงช้างต้นอยู่ในเขตพระราชฐานสวนจิตรลดา และพระราชวังไกลกังวล หัวหิน ต่อมามีพระราชวินิจฉัยว่า สถานที่อาจจะไม่เหมาะกับอุปนิสัยของช้าง การหาอาหารช้างก็ไม่สะดวก จึงมีพระราชกระแสรับสั่ง ให้เชิญช้างต้นไปทดลองเลี้ยงยังสถานที่ขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จังหวัดลำปาง และที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร โดยให้ช้างต้นได้คุ้นเคยกับสภาพในธรรมชาติมากขึ้นทีละน้อย ทำให้ช้างต้นมีชีวิตที่มีความสุข และมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
 ทรงพระเมตตาต่อปศุสัตว์ การเกษตร และกิจการโคนมแห่งประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฟื้นฟูงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมตั้งแต่สมัยสุโขทัย เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจแก่ชาวไร่ชาวนาโดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ เป็นต้นมา เรียกว่างาน “รัฐพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” และใน พ.ศ.๒๕๐๔ ได้เปลี่ยนเป็นงาน “พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” จัดพระราชพิธีที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และท้องสนามหลวง โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานพระราชพิธีทุกปี ในการเตรียมงานพระราชพิธีนี้ กรมปศุสัตว์จะเป็นผู้คัดเลือกโคเพศผู้ตอนที่มีลักษณะเหมาะสม สองคู่ มีรูปร่างสมบูรณ์ มีลักษณะสีเดียวกัน ผิวสวย ขนเป็นมัน กิริยามารยาทเรียบร้อย ฝึกง่าย สอนง่าย ไม่ดุร้าย เขามีลักษณะโค้งสวยงามเท่ากัน ดวงตาแจ่มใส หูไม่มีตำหนิ หางยาว สวยงาม เท้าและข้อเท้าเข็งแรง มีขวัญหน้า ขวัญทัดดอกไม้ข้างขวาและขวัญหลังถูกต้อง ลักษณะดกรมปศุสัตว์จะนำพระโคซึ่งจะเข้าพระราชพิธีไปเลี้ยงดูและบำรุงเป็นอย่างดี ตลอดจนฝึกไถนาจนคล่อง นอกจากนี้ยังฝึกพระโคไว้อีกหนึ่งคู่ เพื่อเป็นพระโคสำรองสำหรับงานพระราชพิธีดังกล่าว
 นอกจากจะทรงพระเมตตาฟื้นฟูพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงส่งเสริมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย ได้มีการส่งเสริมให้เลี้ยงอย่างจริงจังและมีแบบแผนที่ถูกต้อง ภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศเดนมาร์กเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๐๓ โดยรัฐบาลเดนมาร์กได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวาย โครงการส่งเสริมการเลี้ยงโคนม “ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ก” ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี และเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๕ พระเจ้าเฟรเดอริกที่ ๙ แห่งประเทศเดนมาร์ก และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดฟาร์มโคนมแห่งนี้โดยเป็นองค์ประธานร่วมกัน
 วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงโคนมสวนจิตรลดาซึ่งสร้างขึ้นในเขตพระราชฐานสวนจิตรลดา โดยเริ่มแรกจากการเลี้ยงโคนม ซึ่งมีผู้นำมาถวาย ๖ ตัว แล้วจึงเพิ่มจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ ต่อมาเมื่อโคสาวตั้งท้องตกลูก จึงได้ทำการรีดนม และนำน้ำนมที่เหลือจากการแบ่งให้ลูกโคกิน ไปจำหน่ายแก่ข้าราชบริพารให้ได้ดื่มน้ำนมคุณภาพดีด้วยเช่นกัน ในขณะที่มีการเลี้ยงโคนั้น เป็นเวลาที่เกษตรกรมีความเดือนร้อนเรื่องหญ้าเลี้ยงโคนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สาธิตการปลูกหญ้าขึ้นในเขตพระราชฐานสวนจิตรลดาโดยวิธีทำ “นาหญ้า” ต่อมาได้ขยายการปลูกเพื่อสาธิตออกไปภายนอกเพื่อทำแปลงหญ้าสำหรับผลิตหญ้าสดและหญ้าแห้งคุณภาพดี นับเป็นขวัญและกำลังใจแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีการส่งเสริมให้เลี้ยงโคนมมากขึ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้ง “ศูนย์รวมนมสวนจิตรลดา” ขึ้น โดยรับน้ำนมจากสหกรณ์โคนมอยุธยาและหนองโพ มาผลิตโดยผ่านกรรมวิธีที่ทันสมัยและส่งจำหน่ายยังสถานที่ต่างๆ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ม.ร.ว. เทพฤทธิ์ เทวกุล ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเกษตรวิศวกรรมเป็นผู้ออกแบบโรงนมผงเนื่องจากมีน้ำนมเหลือเกินความต้องการของตลาด จึงจำเป็นจะต้องนำน้ำนมไปผลิตเป็นนมผง ปัจจุบันโรงนมผงได้ขยายตัวมากขึ้น นอกจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวแล้ว ยังได้มีการขยายเป็นโรงนมเม็ดสวนดุสิต โรงเนยแข็งสวนจิตรลดา และโรงนมข้นหวานอีกด้วย
 ในเวลาต่อมา เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมมีความเดือนร้อนเนื่องจากไม่มีสถานที่จำหน่ายน้ำนม จึงได้รวมกันเป็นสหกรณ์โคนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อสร้างโรงนมผงขึ้นที่ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ใช้ชื่อว่า บริษัทผลิตภัณฑ์นมหนองโพราชบุรี จำกัด และทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ นอกจากสหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี จำกัด ในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว ยังมี โครงการจัดตั้งสหกรณ์โคนมจังหวัดชุมพร โรงผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ ศูนย์รวมนมสกลนครตามพระราชดำริ และโครงการนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในประเทศไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงริเริ่ม กิจการธนาคารโคและกระบือ ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๒ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในโครงการที่ราบเชิงเขา จังหวัดปราจีนบุรี โดยมีพระราชวินิจฉัยว่าเมื่อน้ำมันมีราคาแพงขึ้น การใช้เครื่องจักรกลจะมีราคาแพงขึ้นด้วย เกษตรกรจึงจำเป็นที่จะต้องหันมาพึ่งแรงงานจากสัตว์เลี้ยง แต่ราษฎรก็ไม่มีเงินซื้อโคและกระบือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตามีพระราชดำริเรื่องธนาคารโค-กระบือ ซึ่งกรมปศุสัตว์ได้รับไปดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนทั่วประเทศให้มีโคและกระบือไว้ใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ครั้นโคและกระบือชราแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีความห่วงใย ทรงมีพระเมตตาสงสาร พระองค์ทรงแนะนำให้จัดทำ “บ้านโค-กระบือชรา” ขึ้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อนำโคและกระบือที่ปลดระวางแล้วไปเลี้ยงที่นั่น พระองค์มีพระราชดำรัสว่า ไม่อยากให้ฆ่าโคและกระบือที่มีคุณต่อเกษตรกร การเลี้ยงปศุสัตว์ชนิดอื่นๆ เช่น สุกร แกะ ม้า ล่อ เป็ด และไก่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ทดลองเลี้ยงที่โครงการส่วนพระองค์หาดทรายใหญ่ บ้านเขาเต่า อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบริเวณที่ค่อนข้างแห้งแล้งให้เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาด้านป่าไม้อเนกประสงค์ และโครงการหลวงภาคเหนือเพื่อพัฒนาอาชีพแก่ชาวเขา เพื่อให้ชาวเขาเหล่านั้นยุติการทำไร่เลื่อนลอย และมีอาชีพสุจริตแทนการปลูกฝิ่น นอกจากทดลองเลี้ยงสัตว์แล้ว ยังได้ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ ตลอดจนจัดการอบรมแก่เกษตรกรที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อให้นำความรู้ไปประกอบอาชีพจนได้รับความสำเร็จเป็นจำนวนมาก การเลี้ยงและการพัฒนาปศุสัตว์จะให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องนำวิชาการด้านการเลี้ยงและด้านสัตวแพทย์มาใช้ เพื่อให้สัตว์มีสุขภาพดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ดังปรากฏว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระปรีชาญาณด้านการเลี้ยงสัตว์และการพัฒนาปศุสัตว์ เป็นแบบอย่างแก่สัตวแพทย์ทุกคน พระองค์จะมีพระราชดำริเกี่ยวกับการพัฒนาปศุสัตว์อยู่เสมอ ในระหว่างเสด็จเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร ทำให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากมาย ยังประโยชน์แก่เกษตรกรและราษฎรทั่วไป ลักษณะการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่การเลี้ยงสัตว์เพื่อสาธิต มีการเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ เช่น โค กระบือ แพะ แกะ สุกร เป็ด ไก่ ฯลฯ เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นของตน นอกจากการเลี้ยงสัตว์เพื่อถ่ายทอดความรู้แล้ว โครงการพระราชดำริยังให้บริการผสมพันธุ์สัตว์ทั้งการผสมโดยใช้พ่อพันธุ์และการผสมเทียมเพื่อให้เกษตรกรได้มีสัตว์พันธุ์ดีไว้เลี้ยงขยายพันธุ์ต่อไป มีการป้องกัน การกำจัดโรคและพยาธิของสัตว์ การปลูกพืชอาหารสัตว์และการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์เพื่อแพร่พันธุ์ นอกจากนี้ได้ส่งเสริมให้มีการค้นคว้า วิจัยเพื่อนำผลผลิตที่ได้จากการค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย มาปรับปรุงใช้ให้เหมาะสมกับสภาพท้องถิ่นต่างๆ ทรงพระเมตตาต่อการประมง นอกจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์แล้ว พระองค์ทรงริเริ่มโครงการประมงพระราชทาน ขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ ปลาชนิดแรก ได้แก่ ปลาหมอเทศ ทรงเริ่มเลี้ยงที่สระน้ำหน้าพระที่นั่งอุดร ในบริเวณพระที่นั่งอัมพรสถานเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ และได้พระราชทานแก่กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศใน พ.ศ. ๒๔๙๖ ในเวลาต่อมาได้พระราชทานพันธุ์ปลานิล ซึ่งเจ้าฟ้าชายอะกิฮิโต มกุฎราชกุมารแห่งประเทศญี่ปุ่น (พระอิสริยยศในขณะนั้น) นำมาถวาย ๒๕ คู่ ซึ่งปลาทั้งสองชนิดนี้แพร่หลายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว ต่อมานักวิชาการได้พบลูกผสมของปลาทั้งสองชนิดนี้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาพระราชทานชื่อว่า “ปลาทับทิม” ขณะนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ทรงพระเมตตาต่อสัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า นอกจากการเลี้ยงปศุสัตว์และการประมงพระราชทานแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีสัตว์เลี้ยงที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอีกหลายชนิด เช่น ลิงซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเฉพาะ “โครงการแก้มลิง” ซึ่งเกิดจากการที่สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงโปรดให้เลี้ยงลิงในขณะที่ยังทรงพระเยาว์ นอกจากนี้เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา (เลื่อนจากวันที่ ๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีกระแสพระราชดำรัสแก่ข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่า ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิตเกี่ยวกับลิงว่า ทรงเลี้ยงลิงตัวหนึ่งมาจากเขตบางขุนเทียน เป็นลิงที่มีมือพิการ เมื่อนำมาเลี้ยงในวัง ก็ได้ชื่อว่า “คุณกะลา” ต่อมาทรงทราบข่าวว่าที่จังหวัดเพชรบุรี มีลิงที่ถูกมัดเท้าติดกับกะละมัง คนมัดได้มัดแน่นเข้าทุกที จนเท้าเน่า ทรงพระเมตตาสงสารว่าจะต้องพิการ จะนำมาเลี้ยงในวัง พระราชทานชื่อว่า “คุณกะละมัง” ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าเพศอะไร แต่ถ้าเป็นเพศผู้กับเพศเมีย ก็ให้แต่งงานกัน ลูกจะได้ชื่อว่า “คุณกะละแม” นอกจากลิงแล้วยังมีนกที่มาอาศัยอยู่ในเขตพระราชฐานสวนจิตรลดา เช่น นกกระทุง นกพิราบ กา และนกซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงอนุรักษ์ เช่น นกยูง หงส์ดำ หงส์ขาว ต่างก็ได้รับพระเมตตาโดยทั่วหน้า สัตว์เลี้ยงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดมากที่สุดคือ สุนัข เพราะสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงที่จงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อเจ้าของ สุนัขจะสามารถสื่อสารให้ทราบว่ามีความรู้สึกอย่างไร ทำให้เข้าใจความหมาย ความรัก ความต้องการ นอกจากนี้ยังปกป้องคุ้มครองเจ้าของอีกด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเลี้ยงสุนัขไว้หลายสุนัข ได้แก่ คุณโจโฉ คุณสุดหล่อ คุณหมามุ่ย คุณมะลิ คุณทองแท้ คุณทองกวาว คุณทองพันดุลย์ คุณทองพันชั่ง คุณทองมีดขูด คุณโล่ทอง คุณทองเดือนห้า คุณสร้อยทอง คุณทองชมพู คุณทองเครือวัลย์ คุณทองเจิม คุณทองแดงและลูกหลาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลได้จดรายงานน้ำหนักของสุนัขทุกตัว และถวายรายงานทุกวัน ทรงมีวิธีเก็บข้อมูลสุนัขที่ทรงเลี้ยงไว้อย่างเป็นระบบ ทรงสังเกตและทรงตรวจร่างกายของสุนัขที่ขึ้นเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วยพระองค์เอง ทรงเน้นถึงการป้องกันโรคมากกว่าที่จะรอให้เกิดการเจ็บป่วย พระอัจฉริยภาพในการเก็บข้อมูลประวัติสัตว์อย่างละเอียด และพระจริยวัตรในการศึกษาพฤติกรรม ตลอดจนการสังเกตถึงความผิดปกติ แสดงถึงพระปรีชาญาณประดุจนักวิชาการสัตวแพทย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณเปี่ยมไปด้วยพระเมตตาต่อสัตว์ที่ทรงเลี้ยงไว้ แนวพระราชดำริเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ การพัฒนาปศุสัตว์และโครงการประมงพระราชทาน ล้วนยังประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างมากมายมหาศาล ทำให้เกษตรกรมีพันธุ์สัตว์ที่ดีไปเลี้ยง ขยายพันธุ์เพื่อการบริโภคในครัวเรือนและนำไปขายสร้างรายได้ ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น การดำเนินการในการเลี้ยงและพัฒนาปศุสัตว์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้หลักวิชาการสัตวแพทย์ด้านการดูแลสุขภาพสัตว์อย่างถูกต้อง และเหมาะสม กับภูมิประเทศในการปรับปรุงพัฒนาการเลี้ยงสัตว์และการปศุสัตว์ พระองค์ทรงเป็นนักวิชาการสัตวแพทย์ด้วยพระอัจฉริยภาพด้านการวางแผน ทรงศึกษา ทดลอง เก็บข้อมูล ค้นคว้าอย่างละเอียด และวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ทุกประเภท โครงการพระราชดำริจึงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักวิชาการ สัตวแพทย์ เกษตรกรและราษฎรทั่วไป พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังแผ่ไพศาลไปถึงสัตว์ป่า ทั้งนี้ เพราะงานในโครงการพระราชดำริ จะมีการฟื้นฟูและบูรณะสภาพป่าไม้ให้มีอาหารและที่อยู่ของสัตว์ป่าทั้งหลาย ทำให้สัตว์เหล่านั้นสามารถดำรงชีวิตอย่างมีความสุขและแพร่พันธุ์อยู่ในป่าไม้ทั่วประเทศ ด้วยพระปรีชาญาณและพระราชหฤทัยที่เต็มเปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงห่วงใยราษฎร ทำให้ราษฎรได้รับคำแนะนำในการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เหมาะสมกับท้องถิ่นของตน ทั้งยังปฏิบัติได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการสาขาสัตวแพทย์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวิชาชีพสัตวแพทย์ซึ่งส่งผลให้ราษฎรทั่วประเทศ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความสุขตลอดมา

 
...............................................................................................................
 
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ สมโภชน์ วีระกุล
 
คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
 
นางสาวชะอำ เมนะสุต
 
คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

 

1.37

 

 

1.36

 

1.47

 

1.46

 

1.45